
เมื่อโจทย์ของอ้อยเปลี่ยนไป ความรู้ก็ต้องเชื่อมกันมากขึ้น
เมื่อโจทย์ของอ้อยเปลี่ยนไป ความรู้ก็ต้องเชื่อมกันมากขึ้น
HUBCS และสมาคมนักวิชาการอ้อยและน้ำตาลแห่งประเทศไทย เปิดเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองต่ออนาคตการผลิตอ้อยไทยในงาน Sugarex Thailand 2026 เชื่อมองค์ความรู้ตั้งแต่ Climate Change โรคอ้อย และการจัดการแปลง ไปจนถึงเทคโนโลยีเครื่องจักรและเศรษฐกิจคาร์บอน
การผลิตอ้อยในปัจจุบันไม่ได้มีโจทย์เพียงเรื่องผลผลิต สภาพอากาศที่ผันผวนกำลังส่งผลทั้งต่อการเจริญเติบโตของอ้อยและสถานการณ์โรคในแปลง ขณะที่ภาคการผลิตต้องรับมือกับต้นทุน แรงงาน และข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม ในอีกด้านหนึ่ง เทคโนโลยี เครื่องจักร และเศรษฐกิจคาร์บอนก็กำลังเข้ามามีบทบาทต่อทิศทางของอุตสาหกรรมมากขึ้น
ประเด็นเหล่านี้ถูกนำมาแลกเปลี่ยนในเวที “THE FUTURE OF SUSTAINABLE SUGARCANE PRODUCTION” ภายในงาน Sugarex Thailand 2026 เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติไคซ์ (KICE) จังหวัดขอนแก่น โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากภาควิชาการ ภาครัฐ และภาคอุตสาหกรรมร่วมถ่ายทอดมุมมองจากแต่ละด้าน
Climate Change ไม่ได้มีแค่เรื่องน้ำ
รศ.ดร.ณกรณ์ จงรั้งกลาง คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น นำเสนอมุมมองด้านสรีรวิทยาของอ้อยภายใต้ Climate Change ตั้งแต่การลดการสูญเสียน้ำ การทำงานของระบบรากและการดูดน้ำ ไปจนถึงความสามารถในการฟื้นตัวของอ้อยหลังผ่านช่วงแล้ง
ขณะที่ คุณวีรกรณ์ แสงไสย์ ศูนย์วิจัยพืชไร่ขอนแก่น กรมวิชาการเกษตร เชื่อมการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศเข้ากับสถานการณ์โรคอ้อย ทั้งอุณหภูมิ ความชื้น ปริมาณฝน ภัยแล้ง และการเปลี่ยนแปลงของแมลงพาหะ
เมื่อมองสองเรื่องนี้ร่วมกัน การเตรียมพร้อมต่อสภาพอากาศที่เปลี่ยนไปจึงเกี่ยวข้องตั้งแต่พันธุ์และท่อนพันธุ์ สุขภาพพืช ไปจนถึงการจัดการแปลง ไม่ใช่เรื่องใดเรื่องหนึ่งแยกออกจากกัน
จากน้ำตาล สู่มูลค่าใหม่ของอ้อย
อีกมุมหนึ่ง รศ.ดร.ณัฐพล จิตมาตย์ คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นำเสนอแนวคิด Thai Sugar Carbon Economy ที่ชวนมองอ้อยไปไกลกว่าการเป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตน้ำตาล โดยเชื่อมโยงไปสู่เอทานอล พลังงาน วัสดุชีวภาพ Biochar ตลอดจนโอกาสจาก Carbon Credit
แนวคิดดังกล่าวทำให้โจทย์เรื่องการสร้างมูลค่าจากอ้อยกว้างขึ้น จากการพิจารณาเฉพาะผลผลิตน้ำตาล ไปสู่การใช้ทรัพยากรจากอ้อยและกระบวนการผลิตให้เกิดประโยชน์และมูลค่าในหลายรูปแบบ
เทคโนโลยีต้องตอบโจทย์การผลิตจริง
ในมุมของภาคการผลิต คุณกฤษณ์ สรรพอาสา บริษัท น้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงการปรับตัวของเกษตรกรท่ามกลางความท้าทายจากสภาพอากาศ แรงงาน ต้นทุน และมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม โดยเทคโนโลยีตั้งแต่ระบบน้ำ IoT โดรน GPS ไปจนถึงเครื่องจักรกล สามารถเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตได้
ด้าน คุณศรีนวล ลี้ธีระนานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สามารถเกษตรยนต์ จำกัด นำเสนอมุมมองด้านการพัฒนาเครื่องจักรจากสภาพการทำงานจริงของเกษตรกร โดยเฉพาะบริบทของประเทศไทยและเอเชีย ทั้งลักษณะพื้นที่ ประสิทธิภาพการทำงาน การลด PM2.5 รวมถึงความพร้อมด้านอะไหล่และบริการหลังการใช้งาน
ความรู้หลายด้าน ต้องนำมามองร่วมกัน
จากการแลกเปลี่ยนบนเวที เห็นได้ว่าการผลิตอ้อยอย่างยั่งยืนไม่ได้มีคำตอบจากองค์ความรู้ด้านใดด้านหนึ่ง แต่เกี่ยวข้องตั้งแต่ พันธุ์และสรีรวิทยาของอ้อย สุขภาพพืช การจัดการแปลง เทคโนโลยีและเครื่องจักร ตลอดจนการสร้างมูลค่าใหม่จากอ้อย
การนำผู้เชี่ยวชาญจากหลายภาคส่วนมาแลกเปลี่ยนบนเวทีเดียวกัน จึงช่วยให้เห็นความเชื่อมโยงของแต่ละประเด็น และเป็นส่วนหนึ่งของการนำองค์ความรู้ด้านอ้อยและน้ำตาลมาแลกเปลี่ยนและต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์
เวทีดำเนินรายการโดย รศ.ดร.พัชริน ส่งศรี คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และจัดขึ้นโดย ศูนย์กลางความรู้และเทคโนโลยีด้านอ้อยและน้ำตาล (HUBCS) ร่วมกับ สมาคมนักวิชาการอ้อยและน้ำตาลแห่งประเทศไทย







